รีวิว “คู่มือเรียนเขียนโปรแกรมภาษาซี”

่ข้อมูลทางบรรณานุกรม  
ไกรศร ตั้งโอภากุล คู่มือเรียนเขียนโปรแกรมภาษาซี 
นนทบุรี : ไอดีซีฯ 2554
296 หน้า ภาษาซี(ภาษาโปรแกรมแต่ละชนิด)  
กิตินันท์ พลสวัสดื๋ ผู้แต่งร่วม 
005.133
ISBN 978-616-200-126-0
พิมพ์ครั้ง่ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554
บริษัท ไอดีซี พรีเมียร์ จำกัด
200 หมู่ 4 ชั้น 5 ห้อง 516 อาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนลทาวเวอร์
ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
โทรศัพท์ 0-2962-1081(อัติโนมัติ 10 คู่สาย)โทรสาร 0-2962-1084
ราคา 185 บาท
บทที่ 1 เริ่มต้นภาษาซี
      ที่มาที่ไป ข้อดีข้อเสีย ของภาษาซี การลงโปรแกรมการเขียนโปรแกรมภาษาซี รวมทั้งการใช้งานโปรแกรมภาษาซี โดยรวมทั้งหมด
บทที่ 2 ตัวแปรและชนิดข้อมูล
       การกำหนดตัวแปรชนิดต่างๆ กฏและหลักในการเขียน ข้อยกเว้นต่างๆ
บทที่ 3 ตัวดำเนินการและนิพจน์
       โครงสร่างการทำงานของการดำเนินการและนิพจน์ จะประกอบไปด้วยตัวถูกกระทำและตัวดำเนินการ โดยจะเริ่มทำงานจากตัวดำเนินการนั้นๆ เริ่มจากซ้ายไปขวา หรือเรื่มตากขวาไปซ้าย ให้ดำเนินการตามลำดับความสำคัญ
บทที่ 4 การแสดงผลและการรับข้อมูลึ
        การแสดงผลและการรับข้อมูลในภาษาซี มีคำสั่งให้เลือกใช้มากมาย ซึ่งแต่ละคำสั่งมีความสามารถเฉพาะ เจาะจงแตกต่างกันออกไปตามชนิดข้อมูลที่ต้องการ
บทที่ 5 การควบคุมทืศทางการทำงานของโปรแกรมด่วยคำสั่งตัดสินใจ
        การเขียนโค๊ดเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของโปรแกรมตามเงื่อนไขที่เราต้องการในภาษาซี นั้น มีด้วยกัน 4 คำสั่ง if คำสั้ง if...else คำสั่ง if...else if และคำสั่ง switch-case ซึงมีรูปแบบแต่ละตำสั้งแตกต่างกันไป
บทที่ 6 ควบคุมการทำงานของโปรแกรมด้วยคำสั้งวนลูป
        การเขียนโค๊ดเพื่อกำหนดให้โปรแกรมวนลูปทำงานในชุดคำสั่งเดียวกัน ตามเงื่อนไขที่เราต้องการในภาษาซี นั้น
มีด้วยกัน 3 คำสั่ง for คำสั่ง while และคำสั่ง do...while
บทที่ 7 การเขียน flowchart
        การเขียน  flowchart  เป็นการออกแบบการทำงานของโปรแกรมก่อนเขียนโปรแกรมจริง เพื่อให้เรามอง เห็นภาพรวม ทั้งหมดของโปรแกรม เปรียบเสมือนเรามองแผนที่การเดินทางที่มองเห็นจุดเรื่มต้น ทิศทางการเดินทาง เป้าหมาย รวมถึงรายละเอียดที่จำเป็นทั้งหมดอย่างกว้างๆ
        ดังนั้น  flowchart จึงเป็นเครื่องมือที่ความสำคัญสำหรับผู้เขัยนโปรแกรมอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ เรามองเห็นจุดเริ่มต้นของโปรแกรม ทิศทางการทำงานของโปรแกรม เป้าหมายของโปรแกรม และที่สำคัญก็คือจะช่วยให้ผู้เขียนโปรแกรมไม่หลงทาง
บทที่ 8 อาร์เรย์
         ตัวแปรแบบอาร์เรย์ เปรียบเสมือนการนำตัวแปรมาเรียงต่อกันหลายๆตัว โดยที่ทุกตัวมีชนิด ข้อมูลเดียวกัน มีชื่อตัวแปรเดียวกัน แต่เราสามารถอ้างถึงตำแหน่งข้อมูลแต่ละตัวที่เรียงต่อกันด้วยลำดับการจัดเรียง ซึ่งมีด้วยกัน 2 แบบคือ ตัวแปรอาร์เรย์ 1 มิติ และตัวแปรอาร์เรย์หลายมิติ
         การเขัยบโปรแกรมทำงานกับตัวแปรแบบอาร์เรย์ สามารถทำได้เหมื่อนกับตัวแปรทั่วไป ต่่างกันเพียงตัวแปรแบบอาร์เรย์ต้องอ้างถึงตำแหน่งอินเด็กซ์นั่นเอง
บทที่ 9 พอยน์เตอร์
         ในบทนี้เป็นการอธิบายการใช้งานพอยน์เตอร์ ซึ้งเป็นตัวแปรที่ใช้สำหรับเก็บตำแหน่งหน่วยความจำของตัวแปรอื่นๆ ได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม ตัวแปรชนิดทศนิยม หรือจะใช้เก็บตำแหน่งที่ อยู่ของตัวแปรอาร์เรย์ แม้กระทั่งเก็บตำแหน่งที่อยู่ของตัวแปรแบบพอยน์เตอร์ก็สามารถทำงานได้ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของภาษาซี
บทที่ 10 ฟังก์ชัน
         ฟังก์ชันที่สร้างขึ้นมาเอง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบต่างๆ ดังนี้
1.ฟังก์ชันที่ไม่มีการคืนค่ากลับ และไม่มีการรับพารามิเตอร์ใดๆ
2.ฟังก์ชันที่ไม่มีการคืนค่ากลับ แต่มีการรับค่าพารามิเตอร์
3,ฟังก์ชันที่มีการคืนค่ากลับ แต่ไม่มีการรับค่าพารามิเตอร์ใดๆ
4,ฟังก์ชันที่มีการคืนค่ากลับ และมีการรับค่าพารามิเตอร์
          ฟังก์ชันมาตรฐานที่ภาษาซี ได้สร่างมาให้แล้ว
          ในฟังก์ชันมาตรฐานภาษาซี ในที่นี้อธิบายเฉพาะฟังก์ชันที่น่าสนใจและใช้งานบ่อยครั่้งเท่านั้น ซึ่งมี 2 ไลบรารี คือ Math Library และ String Library
บทที่ 11 โครงสร้างข้อมูล
          struct เป็นโครงสร้างข้อมูลชนิดหนึ่งในภาษาซี ที่เหมาะสำหรับใช้ในการเขียนโปรแกรมกับข้อมูลแบบรายการข้อมูลทีมีชนิดข้อมูลแต่ละตัวแตกต่างกัน โดยที่สมาชิกแต่ละตัวของยูเนียนนั้นใช้พื้นที่หน่วยความจำร่วมกัน
          enum เป็นค่าคงที่อีกรูปแบบหนึ่งของภาษาซี มีลักษณะการจัดเก็บข้อมูลเป็นชุด โดยสมาชิกแต่ละตัวเป็นชนิดข้อมูลเดียวกันเรียงต่อกัน ซึ่งอ้างอิงตำแหน่งข้อมูลด้วย index เหมือนอาร์เรย์คือ แต่ละตำแหน่งเพิ่มขึ้น 1 ค่า
บทที่ 12 แฟ้มข้อมูล
          ไฟล์ข้อมูลแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ประเภทคือ
           1)ไฟล์ข้อความ
           2)ไฟล์ไบนารี
           สิ่งที่ผู้อ่านสามารถทำงานเกี่ยวกับไฟล์ได้คือ
การสร้างหรือเปิดไฟล์,การอ่านและเขียนข้อมูลลงไฟล์ในรูปแบบต่างๆ,การตรวจสอบสถานะของไฟล์และการดำเนินการเกี่ยวกับไฟล์
บทที่ 13 Processor Directive
           Directive นั้นเป็นส่วนของ Source Code ที่จะทำงานก่อนที่คอมไพเลอร์จะทำการประมวลผล โดยคำสั่งประเภท จะเริ่มต้นด้วยสัญญลักษณ์(#)เสมอ
           Includes เป็นการเรียกใช่้  Processor Directive ประเภทนี้เป็นกลุ่มตำสั่งควบคุมการทำงานของโปรแกรมที่ใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งได้แก่ คำสั่ง #if,#ifdef,#ifndef,#else,#elif และ #endif
           Macro Lines เป็นคำสั่งมาโครที่มีหลายบรรทัด โดยใส่เตรื่องหมาย backslash(\)เป็นตัวบอกคอมไพเลอร์ว่าโปรแกรมยังไม่่จบ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น